* จากโครงการโรงเรียนลูกบาศก์
** ลิงค์เอนทรี่ย์เดิมเพื่อการเปรียบเทียบ >> DB 1.2
*** DB 1.3 ใช้ตัวเดิมกับ DB 1.2 ฮะ เนื่องจากไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเพียงพอ
**** ตัวอักษรสีน้ำเงินคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงฮะ 

 

 

DB 1.4
'ว่าด้วยพ่อกันต์กวี'

 

 

* ที่ไหนมีคำว่า 'spoil' ให้คลิกขวาหรือลากทับข้อความจากจุดนั้นไป เพื่อดูเนื้อหาที่ซ่อนไว้ครับ
** ที่ขีดเส้นใต้ คือสำคัญฮะ

 

 

1. ชื่อ

(1) นายกันต์กวี รวีเรืองรอง (กวี)
(2) แต่ก่อนเพื่อนสนิทเรียกว่า ‘วี’ ปัจจุบันนามนี้ไม่ค่อยมีใครรู้ นอกจากคนที่บ้านแล้วก็จะไม่มีใครเรียก

 

2. วันเกิด / อายุ

(1) 19 กันยายน 2526 / 26 ปี
* นับหลังจากจบเทอมสอง/2552 (นับรวมไปถึงอายุพี่และน้องทางด้านล่าง)

 

3. เพศ

(1) ชาย แต่เป็นไบ
(2) แต่ปัจจุบันรู้ตัวแล้วว่าเป็นไบ >> รู้ตัวแล้วว่าเคยชอบเพื่อนสนิทของตัวเอง (ซึ่งตอนนี้เสียไปแล้ว) มาจนถึงตอนนี้ก็ยังคิดว่าชอบอยู่
(3) สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะกลัวน้องสาว / เรียนโรงเรียนชายล้วน / กลัวผู้หญิงหลายคนที่อยู่รอบตัว / เคยมีเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่ออยู่ใกล้ตัว ตัวกวีเลยหวั่นไหวไปนิดนึง
(4) อย่างไรก็ดี ตราบใดที่ยังเป็นครู กันต์กวีไม่มีแววจะม่วงกับคนในโรงเรียนอย่างเป็นจริงเป็นจังเด็ดขาดครับ

 

4. ความสูง

(1) 174 ซม.

 

5. รูปพรรณสัณฐาน

แถบสี:

(1) ตัวสูง ผิวสีแทน หุ่นกำลังสมส่วน ไม่ผอมนัก แต่ไม่ล่ำ แค่พอมีกล้ามเนื้อ แต่ถ้าสวมเสื้อทำงานแล้วก็จะดูเหมือนเป็นคนตัวบาง
(2) ตาไม่โตมาก แต่ไม่เรียว สีดำสนิท จมูกโด่ง
(3) ผมสีดำยาวตรงระต้นคอ (และเลยไปนิดหน่อย) เส้นค่อนข้างเล็ก กระเซิงนิดๆ แบบคนเพิ่งตื่นแล้วไม่หวีผม
* บางครั้งผมก็มีสีอื่นติดมา เช่น สีแดงตรงปลายผม เพราะถูกน้องสาวแกล้งจับไปเล่นผมในช่วงวันหยุด แต่หลังจากเริ่มทำงานที่โรงเรียนลูกบาศก์ก็ปรากฏให้เห็นน้อยลง
(4) ชุดไปทำงานคือเชิ้ตแขนยาว กางเกงสแลคสีดำขายาว สีที่ใส่ไม่เป็นระเบียบ หยิบตัวไหนได้ก็เอา แต่มักเป็นโทนสีจำพวกน้ำเงินคราม ฟ้า ขาว เนคไทไม่มีลาย สีดำหรือกรมท่าเท่านั้น
(5) โดยปกติแล้วจะโดนพี่ชายบังคับให้แต่งตัวเรียบร้อย แต่สิ่งที่เจ้าตัวพยายามแหกจนได้มีสองอย่างคือเรื่องผมยุ่งๆ กับรองเท้าที่เป็นรองเท้าผ้าใบสีดำปลอด

โทนสีเสื้อ (ทำงาน):

ที่ใส่บ่อยคือสีขาว รองลงมาเป็นฟ้า (เลขสอง) นานๆ ทีจะหลุดสีที่ห้า และใส่สีที่สี่เฉพาะวันที่สองกุมภาพันธ์ (เป็นวันครบรอบวันตายของเพื่อน)
(6) กระเป๋าทำงานเป็นกระเป๋าสะพายข้างสีดำที่ได้มาจากบริษัทยา รับตรงจากมือพ่อและพี่ชาย (ที่เป็นแพทย์)

 

6. ลักษณะนิสัย

(1) ภายนอก: ขรึม หน้าตายและนิ่ง มักจะเงียบเหมือนคิดอะไรตลอดเวลา ดูภายนอกแล้วเหมือนดุ แต่ที่จริงไม่ดุเลยสักนิด
(2) แต่จริงๆ แล้วค่อนข้างขี้อาย เขินง่าย ถ้าเผลอทำอะไรพลาดนิดหน่อยก็หน้าแดงแล้ว โดนแหย่มากๆ ก็หน้าแดงเหมือนกัน แดงชัดเสียด้วย
* อาการที่ปรากฏหลังทำอะไรผิดพลาดหรือเขินจะเป็นลักษณะของอาการหน้าแดงและซุ่มซ่าม แต่ยังคงมีสีหน้าตายสนิทเหมือนเดิม
(3) เป็นคนสุภาพ พูดจาลงท้ายครับ แทนตัวผมตลอด ขี้เป็นห่วง อารมณ์คุณแม่บ้างบางครั้ง เหมือนจะใจดี แต่ถ้าโกรธแล้วก็น่ากลัว คือจะไม่พูด ไม่ว่าอะไรทั้งนั้น แต่จะทำเหมือนคนๆ นั้นเป็นอากาศธาตุไปเลย (ไม่เป็นบ่อย)
(4) เป็นคนซื่อและความรู้สึกช้า มักเป็นเด็กอย่างร้ายกาจในเรื่องความรู้สึกลึกซึ้ง โดยเฉพาะเรื่องความรัก (รู้ในทางทฤษฎี ไม่ทันในทางปฏิบัติ เพราะไม่เคยรับรู้ด้วยตัวเอง) ตามมุกทันบ้าง ไม่ทันบ้าง
(5) ปกติแล้วจะไม่หลุดทำตัวเปิ่นหรือซุ่มซ่ามง่ายๆ แต่ถ้าเผลอหลุดไปแล้วหนึ่งครั้ง ก็จะหลุดต่อไปเรื่อยๆ (ดังที่หลุดในการสอนคาบแรกเมื่อปี 2551 ไป และก็ไม่เคยเลิกหลุดอีกเลย)
(6) เป็นคนช่างสังเกต จะไม่พูดอะไรมากแต่มองอยู่เฉยๆ คลางแคลงใจอะไรก็จะเก็บไว้แล้วสังเกตต่อไปเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่งถึงจะเดินเข้าไปถามตรงๆ หรือไม่ก็ลองหยิบขึ้นมาคุยกับคนอื่นก่อน
* ในกรณีที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนสำคัญหรือคนสนิท กวีจะไม่คิดมาก แต่จะเดินเข้าไปถามตรงๆ เมื่อมีโอกาสว่า "เป็นอะไรหรือเปล่า?" เลย
(7) ไม่ใช้อารมณ์ ใช้เหตุผลเสมอ
(8) ภายนอกไม่เหมือนคนซุ่มซ่าม แต่ที่จริงซุ่มซ่ามมาก ยิ่งถ้าเวลาเขินจะเดินสะดุดไอ้นั่นชนไอ้นี่ได้คอมโบหลายฮิตเลย
* กรณีเขิน ไม่ใช่กรณีเขินทำนองไม่กล้าสู้คน แต่เป็นการเขินเนื่องจากเจอเหตุการณ์ที่น่าอาย เช่น ทำอะไรผิดพลาด หรือเจอคำพูดแกล้งตรงๆ แรงๆ
(9) โดยพื้นฐานแล้วเป็นคนหน้าตาย แต่ถ้าหลุดหรือสนิทกันมากขึ้นแล้ว หน้าจะไม่ตาย แต่บอกสิ้นซึ่งทุกสิ่งโดยไม่ต้องเปิดปาก และยังมีลูกบ้ามากกว่าที่คนอื่นคิด >> ถ้ามีคนท้าอะไรก็จะทำ เรื่องแข่งขันไม่เคยปฏิเสธแต่จะตอบรับเสมอ เพียงแต่ไม่ได้คิดตั้งใจจะเอาชนะ
(10) ยิ้มบ้างเป็นบางคราว แต่น้อยมาก ไม่ค่อยหัวเราะ และไม่หัวเราะเสียงดังเด็ดขาด แต่ถ้ามีเรื่องขำๆ เจ้าตัวจะ "เอ๋อ" แทน หรืออย่างมากก็หลุดเสียงหัวเราะเบาๆ แบบรักษามารยาท
* ปัจจุบันจะเริ่มแจกยิ้มมากขึ้น อย่างเช่นเจอนักเรียนแล้วสบตากันเข้าก็จะส่งยิ้มให้แทนการทักทาย อาจจะยิ้มก่อนแล้วคำทักค่อยตามไป แต่ความเอ๋อยังมีอยู่เพราะตามคนอื่นไม่ทัน
(11) เป็นพวกไม่ดูแลตัวเองแต่ดูแลคนอื่น เห็นงานส่วนรวมมาก่อนชีวิต
(12) กำลังเรียนรู้ที่จะเปิดใจให้กว้างมากขึ้นบ้าง เพราะก้าวข้ามผ่านอดีตมาแล้ว และตัดสินใจที่จะมองอนาคตกับคนที่อยู่รอบตัวให้มากกว่าคนที่จากไปแล้ว
* จากนี้ไปก็คงจะพยายามคุยกับเพื่อนครูและนักเรียนให้มากขึ้น แล้วก็เป็นคนที่เข้าหาง่ายขึ้น คุยง่ายขึ้น แต่เรื่องหน้านิ่วคิ้วขมวดที่เป็นนิสัยติดตัวก็คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก

 

สรุปฉบับมินิ
- หน้าตาย ขรึม เงียบ สุภาพ ช่างสังเกต ช่างคิด (ไปเรื่อย) ขี้อาย ซุ่มซ่าม (เมื่อเจอเหตุการณ์น่าอาย) และมีลูกบ้ากว่าที่คนคิด

 

7. สิ่งที่ชอบ

(1) เพลง: ฟังได้ทุกแนว
(2) ความสงบ: แต่ไม่ได้เกลียดเสียงอึกทึก
(3) งานเขียน: โดยเฉพาะงานของเช็คสเปียร์ และวินทร์ เลียววาริณ
(4) การเรียนภาษา

 

8. สิ่งที่ไม่ชอบ

(1) อากาศหนาว: แต่ชอบฤดูหนาว
(2) เรื่องที่อธิบายด้วยวิทยาศาสตร์หรือหลักเหตุผลไม่ได้: แปลไทยเป็นไทยได้ว่า “ผี”
(3) คนที่ไม่ซื่อสัตย์
(4) คนที่ชอบทะเลาะวิวาท / ปัญหาเด็กตีกัน: ทั้งในและนอกโรงเรียน
(5) หนอนของภัทรพงษ์ กิตติก้องขจร (ครูพัด) >> ต้องของครูพัดเท่านั้น

 

9. ความสามารถพิเศษ

(1) แต่งและร้องเพลง: ปัจจุบันไม่ค่อยได้แต่ง ส่วนร้องก็ร้องตอนอยู่คนเดียว ร้องได้ดี
(2) จับความรู้สึกคนเก่ง: แต่จะไม่เข้าไปยุ่มย่ามถ้าไม่สนิทใจ
(3) พูดและเขียนได้สี่ภาษา: ไทย อังกฤษ อิตาลี ฝรั่งเศส
(4) พอจะเล่นเปียโนได้บ้าง: เคยเรียนถึงเกรดเจ็ดของ trinity แล้วก็หยุดไป
(5) เก็บความรู้สึกตัวเองเป็นเลิศ: ข้อนี้ไม่ได้ตั้งใจ แต่เป็นไปเอง

 

10. การศึกษาและครอบครัว บวกประวัติเล็กน้อย

(1) จบคณะอักษรศาสตร์มหาวิทยาลัยรัฐ ผันจากที่จะเข้าแพทยศาสตร์ด้วยเหตุผลที่ว่า "กลัวผี"
(2) ก่อนจะมาเป็นครู ทำงานแปลบทความและนิยายให้พี่ที่รู้จักจากสำนักพิมพ์หนึ่ง ปัจจุบันก็ยังทำอยู่
* บางครั้งก็ตามแม่ไปช่วยเก็บข้อมูลที่ต่างประเทศด้วย
(3) พ่อเป็นหมอ แม่เป็นนักเขียน
(4) มีพี่ชายหนึ่งคนชื่อ "นายการัณย์ รวีเรืองรอง (กันย์)" เป็นนายแพทย์ อายุ 30 กำลังดูใจอยู่กับเพื่อนพยาบาลสาว
(5) มีน้องสาวหนึ่งคนชื่อ "กิรนา รวีเรืองรอง (เกลียว)" เป็นนักศึกษาสถาปัตย์ปี 4 อายุ 23
(6) ที่บ้านเป็นบ้านใหญ่อยู่ริมคลองในเขตบางกอกน้อย อยู่ร่วมกับครอบครัวของน้องชายพ่ออีกหนึ่งครอบครัว
สำหรับรายละเอียดสมาชิกในบ้าน >> ทางนี้ครับผม
(ไม่มีความจำเป็นต้องจำฮะ)
(7) เคยมีเพื่อนสนิทหนึ่งคน ชื่อสรณ์ปราชญ์ รัตติครอง (ศร) แต่ตอนนี้คนๆ นั้นตายไปแล้ว ทั้งคู่เคยชอบกัน แต่ตัวกันต์กวีไม่รู้ ส่วนศรไม่ยอมพูดจนกระทั่งตายไป ตอนนี้ศรเป็นคนที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของกันต์กวีอย่างเหนียวแน่น

 

11. การพูดจา / ใช้ภาษา

(1) กับนักเรียน: แทนตัวเองว่า "ครู" เรียกนักเรียนด้วยชื่อจริง (แต่จำชื่อเล่นได้ทุกคน)
ปัจจุบันมีระกับฮุยที่กวีจะเรียกด้วยชื่อเล่น เป็นผลพวงจากช่วงกีฬาสี
บางทีอาจเผลอเรียกนักเรียนคนอื่นด้วยชื่อเล่นได้ด้วยเช่นกัน
* ปัจจุบันเวลาคุยกับฮุยจะแทนตัวเองว่า "ผม" และเรียกฮุยด้วยชื่อเล่น เพราะเชื่อว่าจะทำให้ลดความเป็นทางการลงได้
(2) กับเพื่อนครู: แทนตัวเองว่า "ผม" เรียกทุกคนว่า "ครู..." แล้วตามด้วยชื่อเล่น ที่จริงพยายามจะเรียกด้วยชื่อจริง แต่ชื่อเล่นมันติดปากไปแล้ว
ส่วนครูหมอโชค จะเรียกว่า "ครูหมอโชค" ...พ่วงตำแหน่งอีกอาชีพมาด้วย
* ถึงปัจจุบันจะรู้ว่าครูหมอโชคเป็นเพื่อนสมัยเรียนกับพี่ชายของตัวเอง กันต์กวีก็จะยังเรียกครูหมอโชคเหมือนเดิม
(3) กับบุคลากรพิเศษ: เรียกตามตำแหน่งแล้วต่อด้วยชื่อเล่น กรณีคล้ายกันกับเพื่อนครู คือชื่อเล่นมันติดปากไปแล้ว
(4) แต่ไม่ว่าจะพูดกับใครในข้างต้นก็ตาม จะลงท้ายด้วยครับตลอด
(5) เวลาหงุดหงิดหรือเศร้ามากๆ / มีเรื่องที่คับข้องใจแต่พูดไม่ได้ จะใช้วิธีเขียนเอา และมักไม่เขียนเป็นภาษาไทย แต่จะใช้ภาษาอังกฤษแทน
(จะได้รู้ว่ากันต์กวีหยาบคายได้ก็ตอนเห็นเขียนภาษาอังกฤษเวลาหงุดหงิดมากๆ นั่นแล)

 

12. อื่นๆ

(1) ถึงจะโดนน้องสาวแกล้งยัดฟิควายใส่กระเป๋าบ่อยๆ แต่ถ้าไม่พูดไม่แซวตรงๆ หรือไม่ให้บรรยากาศแบบน้องสาวออกมา กันต์กวีจะตามความคิดสาววายหรือมุกวายๆ ไม่ทันเลยสักกระผีก
(2) เป็นคนซื่อ ไม่เคยแตะหนังสือโป๊ และถึงมองไปก็ไม่คิดอะไร เพราะค่อนข้างสนเรื่องอนาโตมี่ตั้งแต่สมัยเรียน บวกกับเห็นตำราแพทย์ของพ่อกับพี่ชายบ่อย เลยเฉยๆ
(3) กลัวผีระดับโคม่า ขึ้นลิฟท์ในที่โหวงเหวงคนเดียวก็ไม่ได้
(4) ไร้สัมผัสที่หกโดยสิ้นเชิง แต่โดนน้องสาวที่มีเซ้นส์อำบ่อยๆ เลยฝังใจ
(5) ใส่สร้อยคล้องแหวนตลอดเวลา แต่ไม่มีคนเห็น
(6) มักโดนมองเป็นน้องชาย ไม่ว่าจากคนอายุมากกว่าหรือน้อยกว่า
(7) ถ้านอนไม่พอมากๆ จะเกิดอาการ "เมา" ได้ คือจะพูดจาไม่รู้เรื่องไปเลย และจู่ๆ ก็อาจฟุบได้โดยไม่บอกไม่กล่าวเช่นกัน แต่ไม่เมาเหล้า ค่อนข้างคอแข็งเอาการ
(8) จะใส่แว่นเวลาทำงานที่โต๊ะ อาทิ ตรวจปรู๊ฟงานให้แม่ ทำงานแปลหน้าคอม หรือตรวจการบ้าน / ข้อสอบนักเรียน นอกเหนือจากนั้นจะไม่ปรากฏ
(9) เปอร์เซ็นต์ความวายต่อนอร์มอลในกระแสเลือดตอนนี้คือ 65:35
* เนื่องจากยอมรับแล้วว่าตัวเองชอบศร แต่ศรก็ตายไปแล้ว จึงเป็นแค่คนในความทรงจำเท่านั้น

 

13. พึงระลึกยามเขียนถึงเขา
- เป็นคนพูดน้อย เงียบ แต่ไม่ได้กลัวคน แค่ไม่มีเรื่องจะพูด
- ถ้ามีเรื่องให้คุย ก็คุยได้เรื่อยๆ
- พูดกับนักเรียนได้เป็นปกติ อาจเป็นฝ่ายชวนคุยบ้าง ถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่ควรทำของการเป็นครู
- ช่างสังเกต รับรู้หลายๆ เรื่องที่เกิดขึ้นเพียงแต่ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวนัก แต่ถ้าต้องพูดก็พูดเสนอความเห็นได้
- หน้าตาย ข้อนี้สำคัญมาก
- ซุ่มซ่ามและขี้อายเมื่อเผลอทำตัวเปิ่นหรือทำอะไรผิดพลาด แต่โดยพื้นฐานก็เป็นคนซุ่มซ่ามอยู่แล้ว แค่ไม่ปรากฏ
- เป็นคนคิดมาก ฟุ้งซ่าน คิดไปเรื่อย แม้หน้าตาจะนิ่ง แต่บางทีในหัวอาจกำลังคิดมุกอยู่ก็ได้?
- ไม่ค่อยยิ้ม แต่ไม่ใช่ว่ายิ้มไม่เป็น
- wallflower; คนที่รู้ทุกอย่างและเห็นทุกสิ่งแต่ไม่พูดอะไร ไม่ใช่คนขี้เหงา แค่เป็นคนขี้อายและไม่ค่อยมีคนสนใจ เจ้าตัวเองก็ค่อนข้างไม่เผยตัว แต่ถ้าได้ลองใช้เวลาทำความรู้จัก จะพบว่าเป็นคนที่มีอะไรน่าสนใจกว่าที่คิด >> แนะนำ: ให้ท่องคำนี้ และคำแปลคำนี้ไว้ในใจขณะเขียนถึงกวีครับ
(ถ้าลองไปหาความหมายอื่นบางความหมายมา... มันก็ตรงนะครับ แต่อย่าเอามันมาใช้เลยดีกว่านะ...)

 

---------------------------------------------...

เอา DB 1.3 ควบ 1.4 มาแล้วฮะ (เพราะคิดว่าปีนี้คงไม่ได้เขียนอะไรเพิ่มแล้ว)
จริงๆ แล้วเรื่องสำคัญๆ ก็คือ กันต์กวีจะลดตำแหน่งศรไปเป็นแค่ "คนในความทรงจำที่เป็นอดีต" แล้ว จากนี้ไปก็จะโฟกัสตัวเองอยู่กับปัจจุบันมากขึ้นฮะ (ยังไงก็จะเอาไปพูดถึงใน DB 2.4 อีกที)

ปีนี้แทบจะไม่ได้โผล่มาเลย คลาสก็ไม่ปรากฏ เลยยังสับสนในตัวเองอยู่เลยฮะว่าจะเอาอะไรมาอัพ DB2 อ้ะ (ฮา)

 

Comment

Comment:

Tweet

ดีแล้วครับที่อัพเดทส่วนนี้ เด็กใหม่จะได้มาเช็คได้
ส่วน DB2 ถ้าไม่มีอะไรก็ไม่จำเป็นหรอกครับ

อ้อ อัพเดทอันนี้แล้วช่วยไปอัพเดทสารบัญให้มีด้วยนะครับ
เพราะลิงค์จากโรงเรียนจะนำไปสู่สารบัญน่ะ เดี๋ยวคนมาใหม่ไม่รู้

#1 By โคค่อน on 2010-01-15 21:44