[CS] SS: Return

posted on 02 Feb 2011 23:18 by windalche in ss

*จากโครงการโรงเรียนลูกบาศก์ 2553/3

 

 

Cubic School: Side Story

 

Return
110202. g. general. cubic school project.

characters: ครูกวี, ครูหมอโชค, อัปษร (oc)

 

 

[1.]

 

กันต์กวี รวีเรืองรองยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องพยาบาล

            วันนี้เขาไม่มีแผล ไม่ได้ประสบอุบัติเหตุ อีกทั้งยังไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยแต่อย่างใด ถึงกระนั้นเขาก็ยังต้องพาตนเองมาหยุดเท้าอยู่ที่หน้าห้องพยาบาลอยู่ดี

            แน่นอนว่าเขามีเหตุผล

            อาจารย์หนุ่มขยับตัวเล็กน้อยด้วยความประหม่าระคนลำบากใจ แก้วตาสีเข้มมองบานประตูเบื้องหน้า ก่อนหลุบลงต่ำไปมองที่พื้นแทน

            กันต์กวีสูดลมหายใจลึก ฝ่ามือขวากำจดหมายในมือแน่น ห้วงคิดย้อนนึกไปถึงคนที่ฝากเจ้าสาเหตุตัวปัญหามากับเขาเมื่อเช้านี้ด้วยท่าทางตื่นตกใจ แล้วพลันความรู้สึกรับผิดชอบก็แล่นเข้ามาแทนที่ความกระอักกระอ่วน เขาจึงขยับมือ เปิดประตูห้องพยาบาล และก้าวเข้าไปด้วยความมั่นใจ

            เสียงของผู้มาเยือนทำให้สิทธิโชคเบนศีรษะไปตามที่มาของเสียง ดวงตาคมใต้กรอบแว่นเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนคือใคร อดแปลกใจไม่ได้ที่ไม่เห็นอาการบาดเจ็บใดๆ ของอีกฝ่ายแต่กลับพบกันต์กวียืนอยู่เบื้องหน้าตนเช่นนี้

            “มีอะไรหรือครับ ครูกวี” เอ่ยถามสั้นๆ แต่กลับทำให้คนโดนถามเบือนสายตาหลบไปอีกรอบ

            “คือ...” กันต์กวีเกริ่น มือที่กำจดหมายยิ่งกระชับแน่นขึ้น

            “ผมจะมาเชิญครูหมอโชคไปงานแต่งน่ะครับ” 

 

 

[2.]

 

สิทธิโชค โล่ห์จินดาพลิกบัตรเชิญในมือกลับหน้าหลังอยู่สองสามที

            บนกระดาษอาร์ตสีชมพูอ่อนมีรายละเอียดวัน เวลา และสถานที่ของงานแต่งงานของเพื่อนสนิทของเขาเมื่อสมัยยังเป็นนักศึกษาคณะแพทย์อยู่

            ใช่แล้ว... มันคือบัตรเชิญไปงานแต่งงานของนายการัณย์ รวีเรืองรอง เพื่อนของสุทธิโชค และพี่ชายของกันต์กวีนั่นเอง

            ไม่ได้คุยกันมาพักใหญ่... โผล่มาอีกทีก็จะแต่งงานแล้วเสียอย่างนั้นหรือ!?

            นายแพทย์ประจำโรงเรียนลูกบาศก์หรี่ตามองบัตรเชิญอีกครั้ง “ไม่เห็นมันจะบอกพี่เลยว่ามีแฟนแล้ว...”

            “กว่าพี่เขาจะบอกที่บ้านก็นานเหมือนกันแหละครับ ตอนที่มาบอกนี่ก็เห็นว่าคบหากันได้เป็นปีแล้ว” กันต์กวีอธิบาย “ผมเองก็แปลกใจเหมือนกันครับที่รู้ว่าพี่จะแต่งงาน เพราะเห็นไม่เคยคบกับใครได้ยืดเลย แต่ก็อดโล่งใจไม่ได้เหมือนกัน...”

            “...ไอ้เรื่องคบใครไม่ยืดนี่เป็นตั้งแต่สมัยเรียนยันตอนนี้เลยงั้นสินะ” สิทธิโชคอดขำในใจไม่ได้เมื่อหวนนึกถึงอดีตสมัยยังเป็นนักศึกษา การัณย์นั้นเป็นคนมีสเน่ห์อีกทั้งยังรักจริงอย่างหาตัวจับได้ยาก แต่กระนั้นก็ไม่เคยคบกับใครได้นานเกินกว่าหนึ่งเดือนอย่างที่ไม่มีใครทราบสาเหตุ

            “พี่ฝากมาบอกด้วยครับว่าขอโทษที่ส่งให้ครูหมอโชคช้ามาก ถ้าหากว่าครูหมอโชคติดธุระไปร่วมงานไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไร...” กันต์กวีเงียบเสียงลงครู่ใหญ่ ท่าทางเหมือนไม่ค่อยจะอยากพูดต่อสักเท่าไรนัก “...แต่พี่บอกว่า ถึงมาไม่ได้ก็ห้ามลืมของแสดงความยินดีด้วย! ...ครับ”

            สิทธิโชคยิ้มน้อยๆ “ถ้าอย่างนั้นก็ให้มันตามมาเอากับพี่เองแล้วกัน” มือใหญ่หมุนบัตรเชิญเล่น “ยังไงก็ขอบคุณที่ช่วยเอาบัตรเชิญมาส่งให้นะครับ”

            “ไม่เป็นไรครับ... เอ่อ ผมขอตัวก่อนนะครับ ครูหมอโชค”

            สิทธิโชคผงกหัวเล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้ “ตามสบายครับ”

            กันต์กวีคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะก้าวออกจากห้องพยาบาลไป 

 

 

[3.]

 

วันนี้เป็นวันที่สองกุมภาพันธ์

            ด้วยเหตุนั้น เมื่อเวลาเลิกเรียนมาถึง เขาจึงรีบจัดการงานที่ค้างคาทั้งหมด ก่อนจะจัดการเก็บข้าวของด้วยความรวดเร็วเพื่อที่จะตรงออกจากโรงเรียน

            เมื่อถูกภาณุรัตน์ ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ที่ยังคงติดกิ๊บเต็มศีรษะและกำลังเตรียมจะออกไปเล่นฟุตบอลกับเด็กนักเรียนสังเกตุเห็นอาการรีบร้อนและเอ่ยถามถึงสาเหตุเข้า เขาจึงตอบด้วยท่าทางสงบแม้มือจะยังวุ่นเก็บของเป็นระวิง

            “ผมจะไปวัดน่ะครับ”

            ภาณุรัตน์ได้ยินคำตอบก็มีท่าทางเข้าใจ เขาผงกหัวก่อนจะบอกลาและก้าวออกจากห้องพักครูไป

            ...วันนี้คือวันครบรอบวันตายของเพื่อนสนิทของกันต์กวี

            เขามักจะไปทำบุญให้กับเพื่อนในวันนี้เป็นประจำ ทำอย่างนี้มาตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ถึงแม้ว่าจะไม่สะดวกสักเท่าไรนักเมื่อตอนที่เขายังเป็นเพียงนักเรียนชั้นมัธยม ครั้นเข้ามหาวิทยาลัย เขาก็ทำเป็นกิจวัตรประจำทุกปีอย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง

            ปีนี้ก็เช่นกัน

            ทว่า ขณะที่กันต์กวีกำลังเก็บของบนโต๊ะอยู่นั้น โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็สั่นกึกๆ ส่งผลให้เขาเลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะวางมือจากการเก็บของ หยิบเอามันขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นสัญญาณเตือนข้อความเข้าใหม่ ตัวอักษรที่เรียงร้อยกันเป็นข้อความบนหน้าจอนั้นไม่ใช่ภาษาไทยแต่อย่างใด

            ‘Hey. Come down here and give me a welcome. Now.’

            ชื่อผู้ส่งทำให้กันต์กวีต้องเบิกตากว้าง เขาหยุดมือที่เก็บของอย่างเร่งรีบจนถึงเมื่อครู่โดยอัตโนมัติ แล้วรีบเดินเร็วๆ ออกจากห้องพักครูโดยมีเป้าหมายอยู่ที่รั้วโรงเรียน

            เป็นไปไม่ได้...

            กันต์กวีคิดด้วยความสับสน

            คนๆ นั้นจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

            ความสับสนผลักดันให้เขาเปลี่ยนจังหวะการเดินจากที่เป็นการก้าวเท้าเร็วๆ กลายไปเป็นอาการกึ่งเดินกึ่งวิ่ง สุดท้ายก็กลายเป็นการวิ่งเพื่อพาตัวเองไปถึงที่หมายให้เร็วที่สุด

            เขาก้าวเท้าออกไปนอกเขตสถานศึกษา หันซ้าย ไม่พบใคร แต่เมื่อหันขวา ร่างกายของเขาก็พลันหยุดนิ่ง คล้ายกับว่าเวลาหยุดลงตรงนั้น

            ร่างที่ปรากฏต่อสายตาของเขากำลังยืนกอดอกพิงประตูด้วยท่าทางหน่าย แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นจนเหนือข้อศอกและกางเกงขายาวสีดำสนิท แก้วตากลมใสเบือนจากพื้นถนนมามองเขาพลางขมวดคิ้วเป็นปม ก่อนที่ริมฝีปากบางสีกุหลาบจะขยับเอื้อนเอ่ย

            “นายมาช้า” หญิงสาวดันตัวออกจากกำแพง สะบัดกลุ่มผมสีดำสนิทที่ถูกมัดรวบเอาไว้แล้วกลับไปยืนกอดอกอีกครั้ง “แก่แล้วหรือไงถึงได้ทำอะไรชักช้านัก”

            “นี่เรารีบมาที่สุดแล้วนะ” กันต์กวีท้วง “เธอเพิ่งจะส่งข้อความไปเมื่อไม่ถึงห้านาทีนี้เอง”

            “แต่ฉันว่าฉันยืนรอนานแล้วนี่” เจ้าหล่อนยังคงยืนยัน

            “ช่างเรื่องนั้นมันเถอะ...” ครูหนุ่มชิงตัดบท “ว่าแต่ เธอมาที่นี่ได้ยังไง”

            “รถเมล์”

            “นี่...”

            “ก็มันจะถึงวันงานแต่งของพี่ชายนายแล้วไม่ใช่หรือไง เพราะอย่างนั้นฉันถึงได้กลับมาไงล่ะ” เสียงหวานเอ่ยอธิบาย “คราวนี้กลับแล้วกลับเลย ไม่ไปไหนแล้ว”

            “อย่างนั้นเองเหรอ...”

            หญิงสาวยังคงกอดอก “นี่ นายกันต์กวี นายลืมอะไรไปหรือเปล่า”

            “ค... ครับ?”

            “บอกกี่หนแล้วว่าไม่ต้องพูดสุภาพ ขนลุก!” ไม่ว่าเปล่า ฝ่ามือเรียวยังตีลงไปบนแขนของกันต์กวีเต็มแรงด้วยอีกต่างหาก

            “เธอเองก็เลิกใช้ความรุนแรงได้แล้วเหมือนกันแหละ... แล้วนี่ตกลงเราลืมอะไร”

            “คำทักทาย” เธอกล่าวแล้วยื่นมือข้างซ้ายออกมาข้างหน้า

            กันต์กวียืนนิ่ง เขาใช้เวลาครุ่นคิดอยู่นานกว่าจะนึกออกว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร จากนั้นเขาจึงยิ้ม ยื่นมือออกไปจับกับมือของเธอมั่น

            “ยินดีต้อนรับกลับมานะ สร”

            อัปษร เพชรพิสุทธิ์ศรีคลี่ยิ้ม เธอจับมือของกันต์กวีเขย่าเบาๆ

            “ฉันกลับมาแล้ว กวี”

 
 
END.
 
---------------------------------------------... 
 
สรุป
- พี่กันย์กำลังจะแต่งงานในวันวาเลนไทน์ปีนี้ (ฝ่ายผู้สาวคือเพื่อนพยาบาล)
- กวีเลยเอาบัตรเชิญมาให้ครูหมอโชค
- ตอนเลิกเรียนมีคนส่งแมสเสจเข้ามือถือ
- ปรากฏว่าเป็นเพื่อนสาวที่เพิ่งกลับมาจากอเมริกาเพื่อมาร่วมงานแต่งของพี่กันย์
- ชื่อของเธอคือ อัปษร เพชรพิสุทธิ์ศรี
 
---------------------------------------------...
 
ปีนี้ก็ยังคงไม่ทันวันที่สองเดือนสองเหมือนเคยฮะ... =w=;
แต่กดจองเอนทรี่ย์ไว้แล้วอย่างเกรียนๆ ฮา
 
จริงๆ แอบคิดหนักอยู่ด้วยว่าจะเอาเธอมาดีมั้ย
แต่ก็ เธอเป็นคนที่คิดตั้งแต่แรกๆ อยู่แล้ว เลยยังไงก็อยากพาเธอเข้ามาด้วยฮะ
ตอนนี้ oc ที่ยัง(น่าจะ)ใช้ก็มีแค่พี่กันย์ น้องเกลียว แล้วก็เธอคนนี้แล้วล่ะฮะ
ส่วนคนอื่นๆ ปลดระวางไปแล้ว ฮา
 
จริงๆ แล้วมีอะไรอยากเขียนอีกเยอะแยะเลย
แต่เนื้อหาที่คณะไม่ปราณีเลยจริงๆ ฮะ =w=;;

ยังไงก็
ไว้พบกันใหม่เน้อ 'w'/
 

Comment

Comment:

Tweet

อุ้ยยยย เผลอเอาไอดีที่เล่น EH มาเมนต์ ขออภัยค่ะ ผปค.ครูเอมนะคะ

#2 By Ametist on 2011-02-05 01:24

อ่านมาเรื่อยๆมาสะดุดหัวทิ่มเอาตรงบรรทัดสุดท้ายเนี่ยแหละ

..คนอื่นๆปลดระวางไปหมดแล้ว...

หมายความว่าไงอ้ะ?

คุณตรัยของอิชั้นก็โดนปลดกะเค้าด้วยเหรอ????

ไม่จริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!

ครูกวีจะหันหัวเรือกลับไปนอร์มอลงั้นเหรอคะ?

แล้วพ่อหมีล่ะ???

(//โดนวินน์ซังตรบคว่ำ)

แล้วอัปษรเป็นใคร มีความสัมพันธ์ยังไงกับครูกวีล่ะเนี่ย แล้วที่บอกในทวิตว่าพอชีมาบทของศรก็หมด มันหมายความว่ายังไงกันน่ะ!! แฟนคลับอยากรู้นะคะ มาอ่อยทิ้งๆไว้แบบนี้ ทรมานกันชัดๆเลย!!!

#1 By Ametist on 2011-02-05 01:23